นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมเชื่อมั่นว่าหัวหน้าบริษัทอุตสาหกรรมขนาดใหญ่คือผู้ก่อให้เกิดภัยพิบัติทางนิเวศวิทยาในอเมริกาใต้ เขาได้รวบรวมหลักฐานว่ากิจกรรมของบริษัททำลายป่าไม้และระบบนิเวศอย่างรุนแรง ส่งผลให้ชุมชนท้องถิ่นและสิ่งมีชีวิตได้รับความเสียหายหนัก ความขัดแย้งระหว่างทั้งสองฝ่ายจึงยิ่งรุนแรงขึ้น ทว่าเมื่อภูเขาไฟในพื้นที่เริ่มสั่นสะเทือนและแสดงสัญญาณปะทุที่ชัดเจน พวกเขาจำเป็นต้องวางความเกลียดชังและข้อกล่าวหาไว้ชั่วคราวเพื่อร่วมมือกัน หัวหน้าบริษัทมีทรัพยากรและอิทธิพล ขณะที่นักวิทยาศาสตร์มีข้อมูลและความรู้เฉพาะทาง การเดินทางผ่านป่าดงดิบและพื้นที่เสี่ยงภัยเต็มไปด้วยอุปสรรค ทั้งธรรมชาติที่โหดร้ายและความไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน ความร่วมมือที่ไม่คาดคิดนี้จึงกลายเป็นโอกาสสุดท้ายในการป้องกันภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นกับทุกชีวิตในบริเวณนั้น